dot
dot
ค้นหาสินค้า


  [Help]
dot
dot
เมนูลัด
dot
bulletหน้าแรก
bulletเกี่ยวกับเรา
bulletวิธีการชำระเงิน
bulletติดต่อเรา
bulletLobivia และ Echinopsis
bulletLithops คืออะไร
bulletปลูกเลี้ยง Lithops
bulletรายชื่อ Lithops
bulletซื้อ Lobivia & Echinopsis
bulletพจนานุกรมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
bulletพระชัยวัฒน์ พระครูสอน (#1)
bulletหลวงปู่มหาเจิม วัดสระมงคล


ค้นหาสิ่งของฝากส่งทางไปรษณีย์


ปลูกเลี้ยง Lithops

ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เหมาะสมมากที่สุดครับ เพราะข้อมูลเรื่องการเพาะปลูกเลี้ยงให้เหมาะกับประเทศไทยนั้นค่อนข้างมีน้อย และยังไม่มีสูตรตายตัวครับ

การเพาะเมล็ด
       ท่านใดที่ปลูกแคคตัสอยู่ก่อนแล้วจะค่อนข้างทราบดี ผมแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ

ระบบปิด

       (แบบปรับปรุงเมื่อ 2557) ปลูกโดยใช้พีทมอสผสมทรายหยาบอย่างละ 1 ส่วนเท่าๆกัน เตรียมกระถางและใส่ดินที่เตรียมไว้จนเกือบเต็ม รดน้ำผสมยากันราให้ชุ่ม เช่น อัลโธ่ไซด์ คาร์เป็นดาซิม หรือ ฟังกูราน โรยเมล็ดลงไปให้หนาหน่อยก็ได้นะครับ แล้วด้วยโรยกรวดขนาดเล็กให้ทับเมล็ดสูงประมาณ 1-2 cm ใส่ถุงพลาสติก หรือถ้าใครใส่แก้วพลาสติก ก็เอาชนิดที่มีฝาปิด เจาะรูที่ฝาหนึ่งรูเพื่อให้อาการถ่ายเทได้บาง ให้โดนแสงได้เลยต้นจะได้ไม่ยืด ทิ้งไว้อย่างน้อย 2-3 เดือน คอยสังเกตถ้าต้นไลทอปอ้วนเกินไปให้ค่อยเปิดฝา เปลี่ยนมาเป็นสเปยร์น้ำเช้าเย็นอีก 1-2 เดือน หลังจากนั้นค่อยงดน้ำตามลำดับครับ ต้นไลทอปส่วนใหญ่จะทยอยตายเพราะไม่เหมาะกับอากาศบ้านเรา ช่วงเวลาที่เพาะดีที่สุดคือปลายฝนต้นหนาวครับ

 
       (แบบปรับปรุงเมื่อ 2552 ลองแล้วไม่ค่อยดีเท่าที่ควร) ปลูกโดยใช้ดินผสมที่ปลูกแคลตัส (ถ่าน+ทรายหยาบ+แกลบ+ขุยมะพร้าว) แนะนำให้ใส่ทรายหยายเยอะหน่อยครับ การระบายน้ำต้องระบายได้ดี เตรียมดินใส่กระถาง รดน้ำให้ชุ่ม ทิ้งไว้ระยะหนึ่งเพื่อไม่ให้น้ำชุ่มจนเกินไป ฉีดพ่นยากันเชื้อรา โรยเมล็ดแล้วกลบด้วยดินปลูกบางๆ (บางมากๆ นะครับ) หลังจากนั้นครอบด้วยถุงพลาสติกใสอีกครั้งหนึ่ง ปิดปากถุงให้เรียบร้อย ไว้ที่ร่มรำไร เท่านี้ก็เป็นระบบปิดแล้วครับ หลังจากนั้นรออย่างเดียวครับ ประมาณ 3-14 วัน ไลทอปจะงอก ให้เปิดถุงแต่ไม่ควรเปิดแบบกระทันหัน ให้ค่อยๆ เปิดวันละนิดจนสุดท้ายนำกระถางออกมาพยายามรดน้ำให้ชุ่มไว้ครับ หลังจาก Lithops ฟื้นตัวแล้วให้ค่อยๆ งดน้ำลงเรื่อยๆ เพื่อป้องกันการเน่าหรือปริครับ  

ระบบเปิด (แบบนี้ผมใช้อยู่)
        เตรียมวัสดุปลูก (หินภูเขาไฟ+พีทมอส+ทรายหยาบ อย่างละ 1 ส่วน) แล้วแต่ท่านใดดัดแปลงแบบไหน สิ่งสำคัญคือการระบายน้ำที่ดี หลังจากเตรียมวัสดุปลูกเรียบร้อยแล้ว รดน้ำในกระถางให้ชุ่มๆ ฉีดพ่นด้วยยากันรา หลังจากนั้นโรยเมล็ดลงไป ปิดทับด้วยวัสดุปลูกที่ละเอียดๆ บางๆ อีกชั้นหนึ่ง หรือกรวดขนาดเล็กไว้ในที่แสงปกติได้เลย ป้องกันต้นยืดยาว รดน้ำเช้าเย็นจนแน่ใจว่าเมล็ดงอกหมดแล้ว (ประมาณ 14 วัน) ค่อยเปลี่ยนมารดน้ำเฉพาะตอนเช้า หรือวันละครั้งเท่านั้นครับ และค่อยๆเพิ่มระยะห่างออกไปตามความเหมาะสมครับ

ระบบกึ่งปิด
        คือตอนช่วงแรกของการเพาะเมล็ดจะใส่ถุงพลาสติกคลุมไว้ พอเมล็ดเริ่มงอกก็เปิดถุงได้เลย ประมาณ 7 วันครับ แบบนี้ก็ดีเหมือนกันครับไม่ต้องกังวลเรื่องการรักษาความชื้น


การปลูกเลี้ยง
       
อย่างที่แจ้งให้ทราบว่ายังไม่มีสูตรตายตัว จึงขอนำประสบการณ์อันน้อยนิด (น้อยนิดจริงๆ ไม่มีกั๊กด้วย) มาเล่าสู่กันฟังก็แล้วกันครับ เมื่อเราได้ต้น Lithops มาแล้ว วัสดุปลูกที่ต้องมีคือ หินภูเขาไฟเบอร์เล็กๆ และเวอร์มิคูไลท์ (ปัจจุบันปี 2557 ใช้ทรายหยาบแทนหรือปนเวอร์มิคูไลท์ได้เลย ลองมาแล้วได้ผลค่อนข้างดีรากเยอะครับ) ผมเองเคยใช้ทั้งภูเขาไฟอย่างเดียวล้วนๆ ในการปลูก และก็ผสมกันทั้งสองอย่างก็ยังเคย ผลคือสามารถใช้ได้ทั้งสองอย่างไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ แต่แบบผสมระบบรากจะเยอะกว่าเล็กน้อยครับ แต่ก็ชื้นกว่าหินภูเขาไฟล้วนๆ เช่นกัน  ล่าสุดผมใช้เวอร์มิคูไลท์เพิ่มมากขึ้น ผสมกับทรายหยาบและหินภูเขาไฟ ผลที่ออกมาก็เป็นที่น่าพอใจครับ 

        ให้ทุกท่านระวังเรื่องความชื้นและปุ๋ยเป็นอย่างมากครับ ไลทอปที่อยู่เฉยๆ นิ่งๆ นั้น จริงแล้วมันไม่ใช่ว่าไม่โตนะครับ แต่ธรรมชาติของ Lithops เป็นอย่างนั้นเอง ไม่ต้องสงสารรดน้ำรดปุ๋ยบ่อยๆ นะครับ ถึงขั้นตายกันเลยทีเดียว ต้นเน่าที่โคน มีราขึ้นที่โคน หรือต้นปริแตกเน่าตาย ผมเจอบ่อยครับแบบนี้ ต้องระวังไว้นะครับ บางท่านมีเทคนิคคือจะรดน้ำเมื่อต้น Lithops เริ่มเหี่ยวย่นวิธีนี้ก็ใช้ได้ครับ หรือปลูก Lithops ใหม่ๆ ให้รดน้ำเลยทันทีรดน้ำอีกครั้งก็ 7-10 วันไปแล้ว แล้วแต่สภาพความชื้นครับ (ปรับๆ ดูครับ คงเป๊ะๆ ไม่ได้)

        เรื่องของแสง Lithops โดนแสงแดดโดยตรงได้เลย หรือให้เหลือแสงประมาณ 50% ก็ยังได้ (ลองสังเกตได้ครับ ช่วงผลัดใบถ้าต้นใหม่ที่แทรกขึ้นมายืดเกินพอดีแสดงว่าแสงที่ให้น้อยไปหน่อยครับ) ผมว่าประเทศเราแดดเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ แล้วหละครับพรางแสงไว้บ้างก็ไม่เสียหายอะไร เราควรให้แสงตลอดวัน หรือ 5-6 ชั่วโมง/วัน ล่าสุดที่ใช้พรางแสงให้เหลือ 50-70% จะดีกว่าโดนโดยตรง เพราะการโดนโดยตรงอาจไหม้ได้เลยครับ การได้รับแสงที่เหมาะสม Lithops ก็จะมีสีสวยตามไปด้วยครับ นอกจากนี้อุณหภูมิที่ลดต่ำลงในช่วงกลางคืนมีผลต่อสีสันของ Lithops เหมือนกันนะครับ

         เมื่อไหร่ Lithops จะออกดอก เท่าที่สังเกต Lithops จะออกดอกช่วงต้นกันยายนจนถึงต้นมกราคมของทุกปี และจากที่ได้รับทราบข้อมูลจากต่างประเทศมานั้น ปัจจัยในการออกดอกมีอยู่ไม่กี่อย่าง แต่ว่าแต่ละอย่างควบคุมยากจริงๆ คือความชื้นในแต่ละฤดูกาล อุณหภมิที่ต่างกันในแต่ละฤดูกาล กลางวัน/กลางคืน และช่วงแสงในแต่ละฤดูกาล เป็นอย่างไรบ้างครับเล่ามาทั้งหมดนี้ยังคิดอยากจะลองเลี้ยงไหมครับ ผมเองชอบความท้าทายเลยเลี้ยงไปเรื่อยๆ ดูซิว่าใครจะอยู่ใครจะไป หึมๆ 

การเปลี่ยนกระถางใหม่และการย้ายปลูก
         เมื่อปลูกได้ครบ 2 ปีแล้ว แนะนำให้เปลี่ยนกระถางใหม่ วัสดุปลูกใหม่ และไม่ควรย้ายในช่วงที่ Lithops กำลังเปลี่ยนชุดใบอยู่ ถ้าให้มั่นใจต้องหลังจาก Lithops เปลี่ยนชุดใบ โดยที่ชุดใบเก่าแห้งสนิทแล้ว


ศัตรูของ Lithops
         เท่าที่พบและทราบมาจากหลายแหล่งข้อมูล ศัตรูตัวสำคัญก็คือ หนู เจอกันบ่อยๆ คนรักแคคตัสคงทราบดี นอกจากนี้ยังมีเพลี้ยแป้ง ตั๊กแตนปาทังก้ากินกันจะๆ  หนอนบางชนิด นกขี้สงสัยบางชนิดโดยเฉพาะนกเอี้ยงและนกปรอดจะถอนต้นมานอนตะแคงบ่อยๆ หอยทากกินทีเดียวเรียบเลย แมวด้วยนะครับ ถ้าเลี้ยงกระบะใหญ่แมวทั่วไปจะนึกว่ากระบะทราย ขี้กะฉี่ทิ้งไว้ครับ และที่คืบคลานมาอย่างช้าๆ คือ เชื้อราและเชื้อแบคทีเรียที่เกิดจากความชื้นสูงและการถ่ายเทอากาศไม่ดีครับ อย่างหลังนี่ทราบอีกทีก็แก้ไขอะไรไม่ทันแล้วครับ ตายลูกเดียว

เรียบเรียงโดย ปลาโอ
ไม่มีเอกสารอ้างอิงครับ 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.