dot
dot
ค้นหาสินค้า


  [Help]
dot
dot
เมนูลัด
dot
bulletหน้าแรก
bulletเกี่ยวกับเรา
bulletวิธีการชำระเงิน
bulletติดต่อเรา
bulletLobivia และ Echinopsis
bulletLithops คืออะไร
bulletปลูกเลี้ยง Lithops
bulletรายชื่อ Lithops
bulletซื้อ Lobivia & Echinopsis
bulletพจนานุกรมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
bulletพระชัยวัฒน์ พระครูสอน (#1)
bulletหลวงปู่มหาเจิม วัดสระมงคล


ค้นหาสิ่งของฝากส่งทางไปรษณีย์


Lithops คืออะไร

 Lithops (ไลทอป) เรียกโดยทั่วไปว่า flowering stones หรือ living stones (หินมีชีวิต) เป็นพืชที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งรูปร่าง ขนาด และสีสันที่มีหลากหลาย ลวดลายที่แตกต่างอีกกันมากมาย จัดเป็นพืชอวบน้ำขึ้นอยู่ในทะเลทรายอันแห้งแล้ง มักมีสัตว์มากัดกินต้นของมันเพื่อทดแทนการขาดน้ำในยามแล้ง นั่นคงเป็นเหตุผลประการหนึ่งที่ทำให้เจ้า Lithops แสนน่ารักนี้ ต้องปรับตัวเองให้มีลักษณะคล้ายกับก้อนกรวดเล็กๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกพบเห็นจากสัตว์เจ้าปัญหาต่างๆ  และหลายๆ ครั้งเมื่อนักวิจัยมาเก็บตัวอย่างพืชชนิดนี้ ยังตาลายมองข้าม Lithops ไปก็ยังมี (ท่าจะจริงครับ)

            ธรรมชาติ Lithops กระจายอยู่ทั่วไปในทะเลทรายทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา แถบประเทศนามิเบีย และแอฟริกาใต้ ซึ่งปริมาณน้ำฝนมีน้อยกว่า 2 นิ้วต่อเดือน หรืออาจเป็นปี ถือว่ามีปริมาณน้ำฝนน้อยมากๆ มี Lithops บางชนิดอยู่รอดได้เพียงอาศัยความชื้นจากหมอกในตอนเช้ามืดเป็นหลักเท่านั้น Lithops มีการปรับตัวให้ลดการคายน้ำ มีใบเหลือเพียงสองใบที่เชื่อมติดกันเท่านั้น เรียกว่า "lobes" ที่ปลายสุดของแต่ละใบจะมีบริเวณที่เรียกว่า "window" เป็นบริเวณที่แสงส่องผ่านเข้าไปเพื่อสังเคราะห์แสง หน้าตาของใบทั้งสองจะมีลักษณะคล้ายกีบของสัตว์ประเภทวัวควาย ชนเผ่าพื้นเมืองก็จะเรียกชื่อที่แปลแล้วได้ความหมายประมาณนี้เช่นกัน ใบที่มีอยู่สองใบดังกล่าวจะค่อยๆ รวมกันเป็นลำต้นในที่สุด ซึ่งเรียกว่า “body” หรือตัวของมันนั่นเอง ส่วนรากก็จะเชื่อมติดกับส่วนตัวของเจ้า Lithops ไปเลย (มีใบ ตัว แล้วก็รากเลย) สีของดอกจะมีสีขาว และเหลือง สีที่ค่อนข้างหายากคือสีส้ม และชมพู การเจริญเติบโตที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ การผลัดชุดใบเก่าทิ้ง โดยชุดใบใหม่จะงอกเบียดผ่านชุดใบเก่าขึ้นมาบริเวณกลางลำต้น ชุดใบเก่าจะเริ่มเหี่ยวลงเรื่อยๆ จนแห้งในขณะที่ชุดใบใหม่จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนโตเต็มที่ เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทุกปี ช่วงเวลาที่ Lithops โตเต็มที่จะอยู่ประมาณ 3 ปีเป็นต้นไป เริ่มพร้อมออกดอกให้เห็น สิ่งที่น่าสังเกตและน่ากังวล คือ ถ้าโตเต็มที่แล้วยังไม่มีดอกให้เห็นละก็ ต้องทำใจได้เลยครับ อาจจะตายโดยไม่ทราบสาเหตุครับ

            Lithops ในประเทศไทยยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก จะรู้จักกันเฉพาะในกลุ่มที่ปลูกเลี้ยงแคคตัสและไม้อวบน้ำเป็นส่วนใหญ่ ประโยคที่มักได้ยินบ่อยๆ จากผู้ที่เคยปลูกเจ้า Lithops คือ "ปลูกยากอยู่ไม่ถึงปีก็ตายแล้ว" "ปราบเซียนเลยต้นนี้ เน่าง่ายมากๆ" เป็นต้น ขอตอบเลยว่าจริงครับ แต่ใช่ว่าประเทศไทยจะปลูกเจ้าต้นนี้ไม่ได้เสียเลย มีหลายๆ ท่านที่ปลูกเลี้ยงได้ แถมออกดอกให้ได้เชยชมอีกด้วย การที่ Lithops ออกดอกก็จะได้ผลที่ตามมาก็คือเมล็ดที่มีค่านั่นเอง และนั่นก็หมายถึงการปรับปรุงพันธุ์ในประเทศไทยโดยคนไทย เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ อย่างไรก็ตามยังไม่มีสูตรตายตัวในการปลูกเลี้ยงทั้งในเรื่องวัสดุปลูก ช่วงแสง อุณหภูมิ ความชื้น อื่นๆอีกมากมาย ภูมิภาคที่เหมาะสมในการปลูกเลี้ยงมากที่สุดก็คงจะไม่พ้นภาคเหนืออย่างแน่นอน เพราะว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกับถิ่นเดิมของเจ้า Lithops อยู่บ้าง คือ กลางวันร้อน กลางคืนหนาว อันนี้เป็นปัจจัยที่ค่อนข้างสำคัญเลยทีเดียวครับ ภาคอีสานก็ได้เหมือนกันนะครับถ้ากลางคืนหนาวซะหน่อย
 
            จากที่กล่าวมาตั้งแต่ต้นนั้นพอที่จะเป็นข้อมูลพื้นฐานที่จะนำไปสู่การปลูกเลี้ยง เนื่องจากเป็นพืชที่ต้องการความชื้นในอากาศน้อย น้ำน้อย แสงมาก  ความต่างกันของช่วงอุณหภูมิในแต่ละวัน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าต้องมีเรือนเพาะปลูกหรือสภาพปลูกใกล้เคียงกับธรรมชาติของ Lithops ถึงจะปลูกเลี้ยงได้ดีที่สุด  Lithops ที่ปลูกเลี้ยงแล้วเติบโตได้ดี (แต่ไม่เห็นมันจะเปลี่ยนแปลงอะไรเลย) ต้องได้รับแสงโดยตรง (แสงช่วงเช้าเป็นสิ่งที่จำเป็น) หรือผ่านพลาสติกคลุมโรงเรือนก็ได้ครับ (พรางแสงให้เหลือ 50-70%) 4-5 ชั่วโมงต่อวัน หรือมากกว่านั้น แต่ที่ทราบมาล่าสุดนั้นพรางแสงน้อยกว่านี้ก็ยังได้เลยครับ
 
            ตามตำรากล่าวว่าเราต้องงดน้ำช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน เนื่องจากเป็นช่วงพักตัวของ Lithops (ผมก็อดสงสารไม่ได้ รดน้ำให้บ้างเล็กน้อยเมื่อเห็นมันเหี่ยวๆ ย่นๆ ครับ) เริ่มให้น้ำได้ในเดือนกรกฎาคมจนถึงธันวาคมโดยช่วงนี้ Lithops จะมีดอกให้เห็นกัน และควรงดน้ำในช่วงที่ Lithops งอกกลีบใหม่มาทดแทนกลีบเก่า ควรเด็ดใบเก่าและดอกเก่าที่แห้งแล้วออกเพื่อป้องกันการติดเชื้อราซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญมากๆ เมื่อปลูกในประเทศไทยที่ร้อนชื้น

             การจำแนกสายพันธุ์ของ Lithops ทำได้ค่อนข้างยาก ยิ่งถ้าเราไม่มีข้อมูลเก่าๆ ของต้นแม่ หรือจากแหล่งปลูกเลี้ยงที่แน่นอนยิ่งทำให้ยากต่อการจำแนกสายพันธุ์เข้าไปอีก การจำแนกสายพันธุ์นั้นส่วนใหญ่แล้วจะใช้รูปร่าง สี ลวดลวยของ "หน้าต่าง" และสีของดอก การอาศัยการเห็นบ่อยๆ อาจช่วยได้บ้าง แต่เป็นเพียงการจำแนกคร่าวๆ เท่านั้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะจำแนกได้หลายระดับนะครับ โดยเริ่มจากจีนัส (genus) สปีชีร์ (species) สับสปีชีร์ (subspecies) วาไรตี้ (variety) รูปแบบ (form) และลักษณะพิเศษอื่นๆ อีก แล้วแต่จะสรรหากันมาจำแนกนั่นแหละครับ ถ้าจำแนกได้ถึงระดับสปีชีร์แล้วก็ถือว่าเก่งมากแล้วละครับ 
 
             เมื่อกล่าวถึงเรื่องการจำแนกแล้วก็อดที่จะพูดถึงบุคคลสำคัญไม่ได้ จริงแล้วมีบุคคลสำคัญหลายท่านที่ศึกษาเกี่ยวกับ Lithops แต่ที่สะดุดตาผมมากที่สุดก็คือ Desmond T. Cole โดยบุคคลท่านนี้ได้ใช้รหัสในการจัดจำแนกชนิด และข้อมูลที่แตกต่างด้านต่างๆ ของ Lithops เอาไว้ เช่น C022 เป็น Lithops hallii v. hallii  ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นคนที่บุกเบิกและเก็บข้อมูลการสำรวจจากถิ่นอาศัยจริงๆ ของ Lithops อย่างจริงจังเลยทีเดียวครับ จนทำให้ปัจจุบันก็จะเรียกขานกันว่าเป็น C number และใช้กันอย่างแพร่หลายในหมู่นักสะสมครับ ขอเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ มาอัพเดทเรื่อยๆ ครับ

นายปลาโอ เรียบเรียง (ข้อมูลจะเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ ตามความเหมาะสมครับ)

เอกสารอ้างอิง
1. San Gabriel Valley Cactus and Succulent Society Succulent of the Month October 2003 - Lithops credited by Tom Glavich, September 2003.
2. LITHOPS, FLOWERING STONES Authored by Desmond & Naureen Cole.
3. A guide to the cultivation of Lithops by Nick Rowlette (
http://www.lithops.info/)
4. LITHOPS (
http://en.wikipedia.org/wiki/Lithops)






Copyright © 2010 All Rights Reserved.